นั่งทำงานทั้งวันแล้วรู้สึกปวดคอ บ่า ไหล่ ตึงหลัง หรือชาแขนอยู่บ่อยๆ ใช่ไหม? ถ้าใช่…คุณอาจกำลังเจอกับอาการเบื้องต้นของ ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) โดยไม่รู้ตัว
การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้กล้ามเนื้อบางจุดทำงานหนักเกินไป จนเกิดความตึงเครียดสะสม แต่โชคดีที่เราสามารถป้องกันอาการเหล่านี้ได้ด้วย การยืดกล้ามเนื้อในที่ทำงาน (Workplace Stretching) ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที!
ในบทความนี้ Bettermove Clinic จะมาแนะนำท่ายืดง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ที่โต๊ะทำงาน เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการปวดตึง และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
📌 อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อาการที่พบบ่อยในออฟฟิศซินโดรม
หัวข้อ

ทำไมต้องยืดกล้ามเนื้อระหว่างทำงาน?
การยืดกล้ามเนื้อเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้กล้ามเนื้อที่เกร็งคลายตัว ลดความเครียดของข้อต่อ เส้นเอ็น และเส้นประสาท โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในท่าเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน
ประโยชน์ของการยืดกล้ามเนื้อในที่ทำงาน เช่น
- ลดความเสี่ยงของออฟฟิศซินโดรม
- ลดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ และหลัง
- ช่วยให้ตื่นตัว สดชื่น และมีสมาธิ
- ป้องกันการตึงตัวเรื้อรังของกล้ามเนื้อ
ท่ายืดกล้ามเนื้อในที่ทำงานที่คุณทำได้ทันที

1. ท่ายืดคอ – Neck Stretch
อาการที่ช่วย: ปวดคอ ตึงต้นคอ ชาไหล่
วิธีทำ
- นั่งตัวตรง เอียงศีรษะไปด้านข้าง (หูเข้าใกล้หัวไหล่)
- ใช้มือด้านเดียวกันวางบนศีรษะ แล้วดึงเบาๆ
- ค้างไว้ 15-30 วินาที แล้วสลับข้าง
✅ ทำ 2-3 รอบทุกชั่วโมง จะช่วยคลายคอตึงได้ดีมาก
2. ท่ายืดไหล่และสะบัก – Shoulder Stretch
อาการที่ช่วย: ตึงบ่า ปวดสะบัก ใช้เมาส์นาน
วิธีทำ
- ยกแขนขวาขึ้นข้ามลำตัวไปด้านซ้าย
- ใช้มือซ้ายดันแขนให้แนบเข้าหาตัว
- ค้างไว้ 15-20 วินาที แล้วสลับข้าง
แนะนำสำหรับคนที่ใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ต่อเนื่อง
3. ท่ายืดแขนหน้าและข้อมือ – Wrist Flexor Stretch
อาการที่ช่วย: ปวดข้อมือ ปลายนิ้วชา
วิธีทำ
- ยื่นแขนขวาตรงไปข้างหน้า หงายฝ่ามือขึ้น
- ใช้มือซ้ายดันปลายนิ้วลงเบาๆ เพื่อยืดข้อมือ
- ค้างไว้ 20 วินาที แล้วสลับข้าง
เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้คีย์บอร์ดทั้งวัน หรือนักพิมพ์งาน
4. ท่ายืดหลังส่วนล่าง – Seated Spinal Twist
อาการที่ช่วย: ปวดหลังส่วนล่าง หลังตึง
วิธีทำ
- นั่งตรงบนเก้าอี้
- บิดตัวไปทางขวา มือซ้ายจับขอบเก้าอี้ มือขวาเท้าเบาะ
- ค้างไว้ 15-20 วินาที แล้วสลับข้าง
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง และลดการกดทับ
5. ท่ายืดเอ็นร้อยหวาย – Hamstring Stretch
อาการที่ช่วย: ปวดหลังล่าง ปวดสะโพก
วิธีทำ
- นั่งบนเก้าอี้ ยื่นขาข้างหนึ่งไปข้างหน้า วางส้นเท้าบนพื้น
- ก้มตัวไปข้างหน้าโดยให้หลังตรง รู้สึกตึงที่ต้นขาด้านหลัง
- ค้างไว้ 20-30 วินาที แล้วสลับข้าง
การยืดกล้ามเนื้อขาด้านหลังช่วยลดแรงดึงที่กระดูกสันหลังส่วนล่าง

เคล็ดลับการยืดกล้ามเนื้อให้ได้ผลสูงสุด
- ตั้งเวลาเตือนทุก 1 ชั่วโมง ให้ลุกมายืดกล้ามเนื้อ
- หายใจลึกๆ ขณะยืดกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย
- อย่ายืดแรงเกินไป ให้รู้สึกตึงแต่ไม่เจ็บ
- ทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อเห็นผลระยะยาว
ถ้ายืดแล้วไม่หาย…นี่คือสัญญาณที่ควรปรึกษานักกายภาพบำบัด
แม้ว่าการยืดกล้ามเนื้อจะช่วยบรรเทาอาการได้ในเบื้องต้น แต่ถ้าคุณยังมีอาการเหล่านี้
- ปวดคอหรือหลังเรื้อรัง
- ชาแขนหรือมือ
- ไหล่ติด หรือยกแขนไม่ขึ้น
- ปวดแบบจี๊ดๆ หรือสะท้อนถึงปลายนิ้ว
นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะ Office Syndrome ระยะกลางถึงรุนแรง ซึ่งควรเข้ารับการประเมินจากนักกายภาพบำบัดโดยตรง
ดูบริการ กายภาพบำบัดออฟฟิศซินโดรม ได้ที่ Bettermove Clinic – คลินิกกายภาพบำบัดในกรุงเทพฯ ที่ดูแลครบวงจร
สรุป: Workplace Stretching คือทางออกง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวัน
การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องรอให้ปวดก่อน
เพียงใช้เวลาไม่กี่นาทีในการยืดกล้ามเนื้อระหว่างวัน ก็ช่วยป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมได้
Workplace Stretching คือจุดเริ่มต้นของร่างกายที่แข็งแรง และงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่ถ้าคุณมีอาการปวดตึงที่ไม่หายไปด้วยตัวเอง อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
✅ นัดประเมินอาการกับนักกายภาพบำบัดได้ที่ Bettermove Clinic
กายภาพบำบัด ย่านสาทร ย่านสีลม ติดต่อเรา
เบทเทอร์มูฟคลินิก คลินิกกายภาพบำบัดใจกลางสาทรและสีลม
- TEL: 0981671709
- LINE: https://lin.ee/A1kgZ0f
- Address: ชั้น17 อาคารสาทรธานี 2 N Sathon Rd, Silom, Bang Rak, Bangkok 10500



