ออฟฟิศซินโดรม

วิธีป้องกันไม่ให้ออฟฟิศซินโดรมกลับมาเป็นซ้ำ

ออฟฟิศซินโดรม อาการ

คุณเพิ่งจบคอร์สบำบัดออฟฟิศซินโดรมหรือกำลังฟื้นตัวจากอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง และชาแขนที่เป็นมานาน แล้วสงสัยว่า “จะดูแลตัวเองยังไงไม่ให้กลับมาเป็นอีก?”

แม้การทำกายภาพบำบัดจะช่วยบรรเทาอาการได้ดี แต่หากไม่มีการดูแลตนเองในระยะยาว อาการออฟฟิศซินโดรมก็สามารถกลับมาได้อีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

บทความนี้ Bettermove Clinic จะมาแนะนำ วิธีป้องกันไม่ให้ออฟฟิศซินโดรมกลับมาเป็นซ้ำ ด้วยแนวทางที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

📌 หากคุณยังไม่แน่ใจว่าอาการที่มีคือ Office Syndrome หรือไม่ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาการออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมกลับมาเป็นซ้ำ

ทำไมออฟฟิศซินโดรมจึงกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย?

ออฟฟิศซินโดรมมักเกิดจาก พฤติกรรมซ้ำ ๆ เช่น

  • การนั่งท่าผิดนานหลายชั่วโมง
  • การไม่เปลี่ยนอิริยาบถ
  • ขาดการยืดเหยียดหรือออกกำลังกาย
  • ความเครียดสะสมที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง

แม้จะได้รับการรักษาจนดีขึ้นแล้ว หากยังกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมโดยไม่มีการป้องกัน ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะกลับมาเป็นซ้ำภายในไม่กี่เดือน

ป้องกันไม่ให้ออฟฟิศซินโดรมกลับมาเป็นซ้ำ ปรับการนั่งให้ถูกต้อง
ป้องกันไม่ให้ออฟฟิศซินโดรมกลับมาเป็นซ้ำ ปรับการนั่งให้ถูกต้อง

วิธีป้องกันไม่ให้ออฟฟิศซินโดรมกลับมาเป็นซ้ำ

1. ปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์

การจัดโต๊ะทำงานที่เหมาะสมสามารถลดแรงกดบนกล้ามเนื้อได้อย่างมาก

  • เก้าอี้ควรมีพนักพิงและสามารถรองรับช่วงหลังได้เต็มที่
  • ข้อศอกควรอยู่ในแนวระดับเดียวกับแป้นพิมพ์
  • หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ระดับสายตา
  • เท้าควรวางราบกับพื้น

หากไม่แน่ใจ ลองขอคำปรึกษาจากนักกายภาพของเราเกี่ยวกับ Ergonomic Setup ที่เหมาะกับคุณ

2. ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30-60 นาที

ร่างกายไม่ถูกออกแบบมาให้อยู่นิ่งเป็นเวลานาน
การลุกขึ้นยืน เดิน หรือยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดการตึงของกล้ามเนื้อได้ดีมาก

แนะนำให้ตั้งเวลาบนมือถือให้เตือนทุก 1 ชั่วโมง เพื่อเตือนให้เปลี่ยนอิริยาบถ

3. ยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำในที่ทำงาน

การยืดกล้ามเนื้อวันละไม่กี่นาทีสามารถป้องกันการกลับมาของ Office Syndrome ได้
ท่าที่แนะนำ เช่น

  • ยืดคอด้านข้าง
  • ยืดไหล่และสะบัก
  • ยืดข้อมือและแขนหน้า
  • บิดลำตัวขณะนั่งบนเก้าอี้

อ่านบทความแนะนำเพิ่มเติมได้ที่
การยืดกล้ามเนื้อในที่ทำงาน – Workplace Stretching

4. เสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core Muscles)

กล้ามเนื้อแกนกลางที่แข็งแรงช่วยพยุงกระดูกสันหลังและลดแรงกดจากการนั่งนาน
ท่าฝึกง่าย ๆ เช่น Plank, Bird-Dog, หรือ Dead Bug ทำได้ที่บ้านเพียงวันละ 5-10 นาที

หากไม่แน่ใจว่าเริ่มต้นยังไงดี นักกายภาพบำบัดของเราสามารถออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลให้คุณได้ที่ Bettermove Clinic

5. จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม

ความเครียดสะสมสามารถทำให้กล้ามเนื้อตึงโดยไม่รู้ตัว และเป็นตัวกระตุ้นให้อาการกลับมา
ลองฝึกหายใจลึก ๆ ทำสมาธิ หรือออกกำลังกายเบา ๆ หลังเลิกงาน เช่น เดินเร็วหรือโยคะ

6. ตรวจสุขภาพกล้ามเนื้อกับนักกายภาพเป็นระยะ

แม้อาการจะหายดีแล้ว การเข้ารับการประเมินทุก 3-6 เดือน จะช่วยตรวจจับจุดตึงที่เริ่มสะสมก่อนจะลุกลาม
หากพบว่ามีกล้ามเนื้อตึงหรือ Trigger Point สามารถรักษาได้ทันที เช่น

  • การนวดกล้ามเนื้อเฉพาะจุด
  • Shockwave Therapy
  • Dry Needling

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าไม่มีอาการแล้ว ยังต้องทำกายภาพบำบัดต่อไหม?

หากไม่มีอาการแล้ว คุณอาจไม่ต้องทำบ่อยเหมือนเดิม แต่ควรเข้ารับการประเมินกล้ามเนื้อเป็นระยะ หรือทำ Home Program ที่นักกายภาพแนะนำเพื่อป้องกันการกลับมา

ต้องทำท่ายืดทุกวันหรือไม่?

แนะนำให้ทำทุกวัน โดยเฉพาะวันทำงาน ยืดครั้งละ 3–5 นาที วันละ 2–3 ครั้งก็เพียงพอในการป้องกัน

เปลี่ยนเก้าอี้/โต๊ะทำงานช่วยจริงหรือ?

ช่วยได้มาก หากเลือกอุปกรณ์ตามหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomics) จะช่วยลดแรงกด และทำให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง

สรุป: การป้องกัน Office Syndrome ต้องเริ่มหลังจากการบำบัด

ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่แค่ “รักษาให้หายแล้วจบ” แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ด้วย 6 วิธีที่กล่าวมานี้ คุณสามารถป้องกันไม่ให้ออฟฟิศซินโดรมกลับมาเป็นซ้ำ และรักษาร่างกายให้พร้อมทำงานได้ในทุกวัน

กายภาพบำบัด ย่านสาทร ย่านสีลม ติดต่อเรา

เบทเทอร์มูฟคลินิก คลินิกกายภาพบำบัดใจกลางสาทรและสีลม

อ่านเพิ่มเติม

Leave a Reply

Discover more from คลินิกกายภาพบำบัดใกล้ฉัน Bettermove Clinic

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

Schedule Appointment

Fill out the form below, and we will be in touch shortly.

Contact Information
Services
Preferred Date and Time Selection