หลายคนอาจเคยมีอาการ ปวดคอบ่ามานาน, ปวดร้าวขึ้นศีรษะเหมือน ไมเกรน, หรือรู้สึกเวียนหัวเหมือน บ้านหมุน (Vertigo) แต่ไม่รู้ว่าต้นตอจริง ๆ ของปัญหาอาจมาจาก “กล้ามเนื้อ” ที่ตึงค้างหรือผิดสมดุล ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ที่นั่งทำงานนาน ๆ หรือใช้คอและไหล่อย่างหนักโดยไม่รู้ตัว
หากคุณกำลังเผชิญกับอาการเหล่านี้ อย่ามองข้าม! เพราะหากปล่อยไว้นาน อาจพัฒนาเป็นภาวะเรื้อรังที่รักษายาก และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
หัวข้อ
สาเหตุของอาการปวดคอบ่า และการปวดหัวแบบไมเกรน
คอ บ่า ไหล่ตึง จากพฤติกรรมประจำวัน
อาการปวดคอและบ่าส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมซ้ำ ๆ เช่น:
- นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานเกิน 6–8 ชั่วโมง/วัน
- ใช้มือถือ/แท็บเล็ตในท่าก้มคอ
- ไม่ปรับเก้าอี้ โต๊ะทำงานให้ถูกสรีระ
- ยกของหนัก หรือมีท่าทางผิดซ้ำ ๆ
กล้ามเนื้อคอและไหล่กดทับเส้นประสาท
เมื่อกล้ามเนื้อรอบคอ บ่า ไหล่ ตึงมากเกินไป อาจเกิดการกดทับเส้นประสาทหรือหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดอาการ:
- ปวดศีรษะข้างเดียวคล้ายไมเกรน
- ปวดตื้อ ๆ บริเวณท้ายทอย
- เจ็บร้าวไปถึงขมับหรือเบ้าตา
เวียนหัว บ้านหมุน มาจากระบบทรงตัวในคอ?
อาการเวียนหัว บ้านหมุน (Vertigo) ไม่ได้เกิดจากหูชั้นในเสมอไป แต่อาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อคอที่เกร็งผิดปกติ โดยเฉพาะในคนที่มี “คอเอียง” หรือ “กระดูกคองอผิดรูป” ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบทรงตัวในสมอง และหลอดเลือดเวียน
อาการที่มักพบร่วมกัน
- เวียนศีรษะเมื่อหันคอเร็ว ๆ
- บ้านหมุนตอนลุกขึ้นจากเตียง
- มึนงง เหมือนหัวเบา ๆ ขณะยืน
- มีเสียงดังในหูหรือหูอื้อร่วมด้วย
วิธีวินิจฉัยและประเมินอาการโดยนักกายภาพบำบัด
ที่ Bettermove Clinic เราให้ความสำคัญกับการประเมินโครงสร้างร่างกายแบบรายบุคคล โดยนักกายภาพบำบัดจะ:
- ตรวจจุดตึง Trigger Point บริเวณคอ บ่า และศีรษะ
- เช็กความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด
- ทดสอบการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง
- ประเมินการเคลื่อนไหวของกระดูกคอในทิศทางต่าง ๆ
จากผลประเมินนี้ จะวางแผนการรักษาแบบเฉพาะเจาะจงให้ตรงจุดและปลอดภัย

การรักษาอาการปวดคอบ่า และเวียนหัวด้วยกายภาพบำบัดที่ Bettermove Clinic
1. Manual Therapy – เทคนิคจัดปรับกล้ามเนื้อเฉพาะจุด
นักกายภาพจะใช้มือในการคลายจุดตึงลึก กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดการกดทับเส้นประสาท
2. Focused Shockwave – คลื่นกระแทกพลังลึก
เทคโนโลยีคลื่นกระแทกที่สามารถเข้าไปสลายพังผืด และจุดตึงในกล้ามเนื้อได้ลึกและแม่นยำ เหมาะกับผู้ที่มีอาการเรื้อรัง
3. Dry Needling – เข็มแห้งคลายจุด Trigger Point
เทคนิคใช้เข็มแห้งกระตุ้นจุดเจ็บในกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยลดอาการปวดร้าวและเพิ่มการไหลเวียนเลือดได้อย่างรวดเร็ว
4. Ultrasound Therapy – อัลตร้าซาวด์บำบัด
เครื่องอัลตร้าซาวด์ความถี่เฉพาะที่ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ลดอาการอักเสบ และเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
5. โปรแกรมยืดเหยียดเฉพาะบุคคล
นักกายภาพจะออกแบบท่าบริหารเพื่อปรับสมดุลกล้ามเนื้อให้เหมาะกับสรีระของแต่ละบุคคล ป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
คำแนะนำสำหรับคนที่มีอาการปวดคอ บ่า ปวดหัว และเวียนหัว
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมนานเกิน 45 นาที
- ปรับสรีระโต๊ะทำงานให้อยู่ในระดับสายตา
- นอนหมอนที่พอดีกับคอ ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
- ออกกำลังกายยืดคอ บ่า ไหล่ สม่ำเสมอ
- หมั่นสังเกตอาการ หากไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ควรพบผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมต้อง Bettermove Clinic?
- 👨⚕️ ทีมกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- 💡 ใช้เทคโนโลยีรักษาที่ทันสมัยและปลอดภัย
- 🔍 ประเมินโครงสร้างร่างกายเชิงลึกก่อนวางแผนการรักษา
- 📍 คลินิกอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก
- ✅ เห็นผลจริง จากรีวิวผู้รับบริการหลายพันราย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดคอ บ่า ไมเกรน และเวียนหัว
Q: ปวดหัวเหมือนไมเกรน แต่ไม่ใช่ไมเกรน เกิดจากอะไร?
A: อาจเกิดจากกล้ามเนื้อคอที่ตึงตัวและกดเส้นประสาท ส่งผลให้ปวดร้าวขึ้นศีรษะ ลักษณะคล้ายไมเกรน
Q: เวียนหัว บ้านหมุน ต้องไปหาหมอหูคอจมูกไหม?
A: หากไม่มีปัญหาที่หู อาการอาจมาจากกล้ามเนื้อคอ ซึ่งนักกายภาพสามารถช่วยประเมินและรักษาได้
Q: ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อดีไหม?
A: ยาอาจช่วยได้แค่ชั่วคราว หากไม่ได้แก้ไขสาเหตุที่แท้จริง เช่น กล้ามเนื้อตึง หรือพังผืดสะสม อาการจะกลับมาเป็นซ้ำได้
สรุป
หากคุณมีอาการ ปวดคอบ่ามานาน ปวดหัวคล้ายไมเกรน หรือเวียนหัวแบบบ้านหมุน การรักษาด้วยกายภาพบำบัดแบบเฉพาะทางสามารถช่วยบรรเทาอาการและลดการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน ที่ Bettermove Clinic เรามีเทคโนโลยีและทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยคุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
สนใจปรึกษาอาการกับนักกายภาพของเรา?
นัดหมายออนไลน์หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบทเทอร์มูฟคลินิก คลินิกกายภาพบำบัดใจกลางสาทร
- TEL: 0981671709
- LINE: https://lin.ee/A1kgZ0f
- Address: ชั้น17 อาคารสาทรธานี 2 N Sathon Rd, Silom, Bang Rak, Bangkok 10500



