อาการปวดหัวและบ้านหมุนเป็นภาวะที่หลายคนมักประสบในชีวิตประจำวัน โดยอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหรือเรื้อรังก็ได้ อาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงสุขภาพจิตและอารมณ์ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถรักษาและบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับสาเหตุของอาการปวดหัวและบ้านหมุน รวมถึงวิธีการบรรเทาอาการที่ได้รับการพิสูจน์ว่าได้ผลดี เพื่อให้คุณสามารถจัดการกับอาการได้อย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ
หัวข้อ
อาการปวดหัวคืออะไร?
อาการปวดหัว (Headache) เป็นหนึ่งในอาการทางร่างกายที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ปวดหัวมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความเจ็บปวดเบาๆ ไปจนถึงอาการปวดที่รุนแรงจนทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ ปวดหัวสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ
- ปวดหัวชนิดปฐมภูมิ (Primary Headaches): เป็นอาการปวดหัวที่ไม่ได้เกิดจากโรคหรือภาวะอื่นๆ เช่น ปวดหัวไมเกรน ปวดหัวตึงเครียด และปวดหัวคลัสเตอร์
- ปวดหัวชนิดทุติยภูมิ (Secondary Headaches): อาการปวดหัวชนิดนี้เกิดจากโรคหรือภาวะอื่นๆ เช่น การติดเชื้อที่ศีรษะ ความดันโลหิตสูง หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
อาการบ้านหมุนคืออะไร?
อาการบ้านหมุน (Vertigo) เป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าร่างกายหรือสิ่งรอบตัวกำลังหมุนทั้งๆ ที่คุณไม่ได้เคลื่อนไหว อาการบ้านหมุนอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่มั่นคงและเวียนหัว ซึ่งอาจทำให้มีผลกระทบต่อการทรงตัวและการเดิน
บ้านหมุนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่:
- บ้านหมุนชนิดรอบนอก (Peripheral Vertigo): เกิดจากปัญหาในหูชั้นใน เช่น โรคหินปูนในหูชั้นใน (BPPV) หรือการติดเชื้อที่หูชั้นใน
- บ้านหมุนชนิดส่วนกลาง (Central Vertigo): เกิดจากความผิดปกติในสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัว เช่น โรคหลอดเลือดสมองหรือเนื้องอกในสมอง
สาเหตุของอาการปวดหัว
ปวดหัวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งบางครั้งอาจไม่ชัดเจน สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่:
- ความเครียดและความกังวล: ความเครียดเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดหัว โดยเฉพาะปวดหัวตึงเครียด (Tension Headache) ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อรอบศีรษะและคอตึงเครียด
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
- อาหารและการขาดน้ำ: อาหารบางชนิด เช่น ช็อกโกแลต ชีส หรืออาหารที่มีสารปรุงแต่งสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้ นอกจากนี้ การขาดน้ำก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ง่าย
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ: การนอนหลับไม่เพียงพอหรือการนอนหลับที่ไม่สม่ำเสมอสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้
- ปัญหาสายตา: การใช้สายตาอย่างหนักหรือการเพ่งสายตานานเกินไปอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาทางสายตา
สาเหตุของอาการบ้านหมุน
บ้านหมุนมีสาเหตุหลายประการ บางครั้งเกิดจากปัญหาที่ซับซ้อนภายในระบบการทรงตัวของร่างกาย โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
- โรคหินปูนในหูชั้นใน (BPPV): เกิดจากการเคลื่อนตัวของหินปูนในหูชั้นใน ซึ่งส่งผลต่อระบบการทรงตัวและทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวกำลังหมุน
- โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease): เป็นภาวะที่น้ำในหูชั้นในมีความดันสูงกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการบ้านหมุน หูอื้อ และการได้ยินลดลง
- การอักเสบของหูชั้นใน (Labyrinthitis): การติดเชื้อในหูชั้นในอาจทำให้เกิดอาการบ้านหมุนร่วมกับอาการเจ็บหูหรือสูญเสียการได้ยิน
- การบาดเจ็บที่ศีรษะหรือคอ: การบาดเจ็บที่ส่วนนี้สามารถส่งผลต่อระบบการทรงตัวของร่างกาย ทำให้เกิดอาการเวียนหัวและบ้านหมุน
- ความผิดปกติของสมอง: เช่น โรคหลอดเลือดสมองหรือเนื้องอกในสมอง อาจเป็นสาเหตุของอาการบ้านหมุนชนิดส่วนกลาง
วิธีบรรเทาอาการปวดหัวที่ได้ผล
เมื่อเกิดอาการปวดหัว คุณสามารถใช้วิธีการบรรเทาอาการต่างๆ ที่สามารถทำได้เองที่บ้าน หรือหากจำเป็นอาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนและนอนหลับอย่างเพียงพอเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบรรเทาอาการปวดหัว การนอนในที่มืดและเงียบสงบจะช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและลดความเครียดที่อาจเป็นสาเหตุของปวดหัว
- การประคบร้อนหรือเย็น: การใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหรือเย็นประคบที่ศีรษะและคอสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ ผ้าเย็นจะช่วยลดการอักเสบ ส่วนผ้าร้อนจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึง
- การดื่มน้ำ: การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการปวดหัวที่เกิดจากการขาดน้ำได้
- การนวดเบาๆ: การนวดคลึงบริเวณขมับหรือคอสามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดความตึงเครียดที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหัว
- การรับประทานยาแก้ปวด: หากอาการปวดหัวไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถใช้ยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ทั่วไป เช่น พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน เพื่อบรรเทาอาการได้
วิธีบรรเทาอาการบ้านหมุนที่ได้ผล
อาการบ้านหมุนอาจทำให้รู้สึกไม่สบายและมีผลกระทบต่อการทรงตัว การดูแลและบรรเทาอาการเบื้องต้นสามารถช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
- นั่งหรือนอนในที่มั่นคง: หากมีอาการบ้านหมุน ควรนั่งหรือนอนในที่มั่นคงและปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงในการล้มและบาดเจ็บ
- การเคลื่อนไหวช้าๆ: หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วหรือการหมุนศีรษะอย่างรวดเร็ว เพราะอาจทำให้อาการบ้านหมุนแย่ลง
- การทำกายภาพบำบัด: หากมีปัญหาหินปูนในหูชั้นใน (BPPV) แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดอาจแนะนำวิธีการเคลื่อนย้ายศีรษะที่เรียกว่า Epley Maneuver ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยให้หินปูนกลับไปสู่ตำแหน่งที่ถูกต้องในหูชั้นใน
- การรับประทานยาลดเวียนหัว: แพทย์อาจสั่งยาที่ช่วยบรรเทาอาการเวียนหัวและคลื่นไส้ เช่น ยาต้านฮิสตามีนหรือยากลุ่มเบนโซไดอะซีพีน (benzodiazepines)
- การพักผ่อนและการฟื้นฟู: การพักผ่อนเพียงพอและการลดความเครียดจะช่วยบรรเทาอาการบ้านหมุนได้
การป้องกันอาการปวดหัวและบ้านหมุน
แม้ว่าอาการปวดหัวและบ้านหมุนอาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้
- การนอนหลับที่ดี: ควรนอนหลับอย่างเพียงพอในแต่ละคืน และควรมีเวลานอนที่สม่ำเสมอ
- การจัดการความเครียด: การฝึกหายใจลึกๆ การนั่งสมาธิ หรือการทำกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลายจะช่วยลดความเครียด
- การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดหัวและบ้านหมุน
- การดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวันจะช่วยลดความเสี่ยงของการขาดน้ำซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดหัว
- การปรับปรุงท่าทาง: ควรหลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนในท่าที่ไม่เหมาะสมเพื่อลดแรงกดดันที่หลังและคอ
สรุป
อาการปวดหัวและบ้านหมุนเป็นอาการที่หลายคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน การเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีการบรรเทาอาการจะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับอาการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพให้ดีและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ยังเป็นการป้องกันอาการปวดหัวและบ้านหมุนในระยะยาวได้ดีอีกด้วย
กายภาพบำบัด ย่านสาทร ย่านสีลม ติดต่อเรา
เบทเทอร์มูฟคลินิก คลินิกกายภาพบำบัดใจกลางสาทรและสีลม
- TEL: 0981671709
- LINE: https://lin.ee/A1kgZ0f
- Address: ชั้น17 อาคารสาทรธานี 2 N Sathon Rd, Silom, Bang Rak, Bangkok 10500



