ขาไม่มีแรง หรือ ขาอ่อนแรง เป็นภาวะที่ทำให้ขาเคลื่อนไหวลำบาก เดินไม่สะดวก หรือทรงตัวไม่ดี อาจเกิดจากระบบประสาท กล้ามเนื้อ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต หลายคนสงสัยว่า “ขาอ่อนแรงเกิดจากอะไร?” และ หากรักษาด้วยกายภาพบำบัด จะกลับมาเดินได้เป็นปกติหรือไม่? บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุ วิธีรักษา และวิธีป้องกันการเกิดซ้ำ

ประเด็นสำคัญ
ขาไม่มีแรง vs ขาอ่อนแรง ต่างกันอย่างไร?
- ขาไม่มีแรง (Leg Weakness): รู้สึกว่าขาอ่อนแรง ขาลาก หรือเดินแล้วทรงตัวไม่ดี
- ขาอ่อนแรง (Leg Paralysis or Paresis): สูญเสียกำลังกล้ามเนื้อ ขยับขาไม่ได้หรือเคลื่อนไหวได้น้อยมาก
ขาอ่อนแรงเกิดจากอะไร? รวมสาเหตุที่พบบ่อย
1. ความผิดปกติของระบบประสาท
- หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ทำให้ขาชาหรือขาไม่มีแรง
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ส่งผลให้ขาอ่อนแรงครึ่งซีก
- โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis – MS) ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท
2. ปัญหาของกล้ามเนื้อและข้อต่อ
- กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ทำให้ขาไม่มีแรง
- โรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular Dystrophy) ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเรื่อยๆ
- ข้อเข่าเสื่อม ทำให้ขาไม่มีแรงและเจ็บขณะเดิน
3. พฤติกรรมการใช้ชีวิตและภาวะขาดสารอาหาร
- ขาดวิตามิน B1, B12 ส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- นั่งนานเกินไป ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี
- ขาดการออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง
การรักษาขาอ่อนแรงด้วยกายภาพบำบัด
ที่ Bettermove Clinic นักกายภาพบำบัดจะประเมินอาการของผู้ป่วยและออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. การวินิจฉัยและประเมินอาการ
นักกายภาพบำบัดจะทำการตรวจเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของอาการขาอ่อนแรง โดยใช้วิธีต่อไปนี้
- การตรวจประเมินกำลังกล้ามเนื้อ (Manual Muscle Testing – MMT) เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อขาทำงานได้ดีแค่ไหน
- การทดสอบระบบประสาท (Neurological Exam) ตรวจการตอบสนองของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ
- การทดสอบการทรงตัวและการเดิน (Gait Analysis) ตรวจสอบความสามารถในการควบคุมขณะเดิน
2. การทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูขาอ่อนแรง
หลังจากวินิจฉัยสาเหตุ นักกายภาพบำบัดจะใช้เทคนิคการรักษาต่างๆ เช่น
- การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เช่น Leg Raises, Squats, Heel Raises
- การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการตึงและช่วยให้ขากลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
- การฝึกเดิน (Gait Training) สำหรับผู้ที่ขาอ่อนแรงจากโรคหลอดเลือดสมองหรือระบบประสาท
- การกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทด้วยเทคนิคเฉพาะ เช่น การกดจุด การใช้เทคนิค PNF (Proprioceptive Neuromuscular Facilitation)
3. การติดตามผลและการฟื้นฟูระยะยาว
- นักกายภาพบำบัดจะติดตามผลการรักษา และปรับแผนการบำบัดตามอาการของผู้ป่วย
- แนะนำท่าบริหารที่สามารถทำเองที่บ้าน
- ให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมการเดินและการใช้ชีวิต
ท่าบริหารกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง
1. Leg Raises (ยกขาตรง)
- นอนราบกับพื้น ขาเหยียดตรง
- ยกขาขึ้นให้สูงประมาณ 30-45 องศา ค้างไว้ 5 วินาที
- ทำซ้ำ 10-15 ครั้งต่อข้าง
2. Seated Knee Extensions (ยืดเข่า)
- นั่งบนเก้าอี้ เท้าวางราบกับพื้น
- ยกขาข้างหนึ่งขึ้นจนเหยียดตรง ค้างไว้ 5 วินาที
- ลดขาลงอย่างช้าๆ ทำซ้ำ 10-15 ครั้งต่อข้าง
3. Heel Raises (เขย่งปลายเท้า)
- ยืนตรง เท้าแยกออกจากกันเล็กน้อย
- เขย่งปลายเท้าให้สูงที่สุด ค้างไว้ 3-5 วินาที
- ค่อยๆ ลดส้นเท้าลง ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง
การป้องกันอาการขาอ่อนแรงไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
- ออกกำลังกายเป็นประจำ
- ปรับท่าทางการนั่งและเดิน
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนานเกินไป
- เข้ารับกายภาพบำบัดหากมีอาการผิดปกติ
กายภาพบำบัดขาอ่อนแรงแล้วสามารถเดินได้เป็นปกติไหม
- หากอาการเกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการไม่ออกกำลังกาย สามารถฟื้นฟูกลับมาเดินได้เป็นปกติ
- หากเกิดจากโรคทางระบบประสาท อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูและอาจมีข้อจำกัดในการเดิน
- การทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
สรุป: ขาไม่มีแรงต้องรีบรักษา!
If you have symptoms of weak legs or leg weakness, you should not ignore it because leaving it untreated may make the symptoms worse. Bettermove Clinic is ready to provide consultation and plan the appropriate treatment.
📌 หากคุณมีอาการขาอ่อนแรง อย่ารอช้า! ปรึกษานักกายภาพบำบัดที่ Bettermove Clinic ได้เลย
กายภาพบำบัด ย่านสาทร ย่านสีลม ติดต่อเรา
เบทเทอร์มูฟคลินิก คลินิกกายภาพบำบัดใจกลางสาทรและสีลม
- TEL: 0981671709
- LINE: https://lin.ee/A1kgZ0f
- Address: ชั้น17 อาคารสาทรธานี 2 N Sathon Rd, Silom, Bang Rak, Bangkok 10500



