หากคุณกำลังเจอกับอาการ “วิ่งแล้วมีอาการปวดส้นเท้า” หรือ “เจ็บส้นเท้าหลังวิ่ง” แบบที่วิ่งได้นิดเดียวก็เริ่มเจ็บ หรือรู้สึกตึงฝ่าเท้าทุกครั้งหลังวิ่งจบ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะอาจเป็นสัญญาณของ “รองช้ำ” หรือ “เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ” ซึ่งหากปล่อยไว้นานจะเรื้อรังและรักษายากขึ้น
หลายคนที่เจอกับอาการปวดเท้าจากวิ่งมักจะเข้าใจว่าแค่พักแล้วจะหาย แต่ความจริงคือ ถ้าไม่ได้แก้ไขที่สาเหตุ เช่น ท่าวิ่งผิด รองเท้าไม่เหมาะ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการจะกลับมาเป็นซ้ำอีก
หัวข้อ

สาเหตุที่ทำให้ปวดเท้าหลังวิ่ง
หนึ่งในต้นตอของการปวดเท้าจากวิ่ง คือการรับแรงกระแทกที่มากเกินไปหรือกระจายแรงผิดจุด โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าที่ต้องรับน้ำหนักทุกครั้งที่เท้าสัมผัสพื้น
ลงน้ำหนักผิดจุด บางคนลงน้ำหนักที่ส้นเท้าแรงเกินไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เอ็นฝ่าเท้าอักเสบจากแรงกระแทกซ้ำๆ
รองเท้าวิ่งหมดสภาพ พื้นรองเท้าที่เสื่อมสภาพจะไม่ดูดซับแรงกระแทก ทำให้แรงตกลงที่เท้าโดยตรง
เท้าแบนหรือเท้าโก่ง รูปเท้าที่ผิดปกติส่งผลต่อการกระจายแรงขณะวิ่ง บางจุดจะรับน้ำหนักมากเกินไป
กล้ามเนื้อน่องและฝ่าเท้าตึง ความยืดหยุ่นน้อยทำให้เท้าเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติ เกิดแรงดึงรั้งและเจ็บส้นเท้า
วิ่งแล้วปวดส้นเท้ามีวิธีรักษาอาการอย่างไร
เริ่มจากการพักและดูแลตัวเองในระยะแรก จากนั้นค่อยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
- หยุดวิ่งชั่วคราว แล้วเปลี่ยนไปทำกิจกรรมที่ไม่ลงน้ำหนัก เช่น ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ
- ใช้น้ำแข็งประคบหลังวิ่งทันที เพื่อลดการอักเสบในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
- ยืดกล้ามเนื้อน่องและฝ่าเท้าเป็นประจำ เช่น ท่ายืดเอ็นฝ่าเท้า หรือกลิ้งเท้าบนลูกบอล
- ปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อวิเคราะห์ท่าวิ่งและจัดโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล
- ทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น Shockwave, Ultrasound หรือ Dry Needling ซึ่งช่วยลดการอักเสบและเร่งการฟื้นฟูได้อย่างปลอดภัย
ปวดเท้าจากวิ่ง ไม่ควรละเลย รีบรักษาให้ตรงจุด
หากคุณยังฝืนวิ่งต่อไปแม้จะมีอาการเจ็บ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บลุกลาม เช่น ปวดเข่า สะโพก หรือกระดูกส้นเท้าอักเสบได้
ที่ Bettermove Clinic เรามีทีมกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์อาการปวดจากการวิ่ง พร้อมวางแผนการรักษาแบบเจาะจงและปลอดภัย โดยไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องผ่าตัด
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- เริ่มรักษาอาการปวดเท้าให้เร็วที่สุดภายใน 1–2 สัปดาห์หลังเริ่มรู้สึกเจ็บ
- ไม่ควรพึ่งยานวดหรือแผ่นร้อนเพียงอย่างเดียว เพราะแก้ได้แค่ปลายเหตุ
- ตรวจเช็กรูปเท้ากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูว่าจำเป็นต้องใช้แผ่นรองพิเศษหรือไม่
- ปรับท่าวิ่งและเลือกรองเท้าให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดซ้ำในอนาคต
สรุป
หากคุณกำลังเจอกับปัญหา วิ่งแล้วมีอาการปวดส้นเท้า, เจ็บส้นเท้าหลังวิ่ง หรือปวดเท้าจากวิ่ง การดูแลตัวเองเบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเข้ารับการวินิจฉัยและฟื้นฟูโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณกลับไปวิ่งได้ไวขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
อาการปวดส้นเท้าต้องหยุดวิ่งนานแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง หากได้รับการรักษาเร็ว มักใช้เวลา 2–4 สัปดาห์ก่อนจะค่อยๆ กลับมาวิ่งเบาๆ ได้
ถ้าปวดแค่เล็กน้อย ยังสามารถฝึกได้ไหม?
สามารถฝึกได้ แต่ควรปรับโปรแกรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบอาการ และควรมีการประเมินก่อน
จำเป็นต้องใช้แผ่นรองเท้าพิเศษหรือไม่?
สำหรับบางคนที่มีรูปเท้าผิดปกติ การใช้แผ่นรองที่ออกแบบเฉพาะสามารถช่วยลดแรงกดบริเวณส้นเท้าได้อย่างมาก
กายภาพบำบัด ย่านสาทร ย่านสีลม ติดต่อเรา
เบทเทอร์มูฟคลินิก คลินิกกายภาพบำบัดใจกลางสาทรและสีลม
- TEL: 0981671709
- LINE: https://lin.ee/A1kgZ0f
- Address: ชั้น17 อาคารสาทรธานี 2 N Sathon Rd, Silom, Bang Rak, Bangkok 10500



